“จังหวะของชีวิต”

วันหยุดที่ผ่านมาพายุฝนได้เทกระหน่ำฉ่ำไปทั้งฟ้าทั่วกรุงเทพฯ ทำให้จิ๊กขี้เกียจออกจากบ้านไปเที่ยวไหนจึงเป็นที่มาของการตั้งเป้าหมายว่า

                      “วันนี้ฉันจะไม่ออกจากบ้านแม้แต่ก้าวเดียว!” 

         ส่วนเรื่องอาหารการกินไม่ห่วงค่ะเดี๋ยวนี้แอพพลิเคชั่นทั้งสั่งและส่งอาหารมีเยอะแยะ  ค่าส่งก็ถูกแสนถูก  และเพื่อให้การอยู่ภายในบ้านมีคุณค่ามากขึ้นจึงตั้งแผนงานหลายอย่าง 

          หนึ่งในนั้นคือ “การจัดตู้เสื้อผ้า”

         เป้าหมายคือ ต้องการจัดหมวดหมู่ให้เป็นระเบียบมากขึ้น เอาเสื้อผ้าบางตัวที่อยู่ด้านใต้ๆ หรือด้านในของตู้ที่ไม่ค่อยได้ใส่เอามาสลับเปลี่ยนใส่บ้าง และที่สำคัญคือ ต้องการเอาเสื้อผ้าที่ใส่ไม่ได้แล้ว ทั้ง คับ, เก่า, ตกสมัยนิยม นำไปบริจาคให้กับคนอื่นๆ ที่เขาอยากได้  

          ผู้อ่านเคยลองสังเกตุตัวเองไหม๊คะว่าแต่ละช่วงชีวิตเราจะมีเสื้อผ้าที่แตกต่างกันตามเหตุและความจำเป็น 

ช่วงเรียน : คงไม่มีอะไรมากไปกว่าชุดนักเรียน, นักศึกษา จะมีบ้างก็ชุดเก๋ๆ เท่ๆ ที่เอาไว้ใส่ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ในวันหยุด

ช่วงวัยทำงาน  : เรื่องเสื้อผ้าคงต้องลงทุน  ทั้งใส่ไปสมัครงาน ติดต่อลูกค้า สร้างความประทับใจให้เพื่อนร่วมงาน อีกทั้งลงทุนเสื้อผ้าในงาน Partyต่างๆ ตามแต่ละโอกาสจะอำนวย, งานแต่งงานที่เขาเชิญไปเป็นแขก ยิ่งคนเพื่อนเยอะคนรู้จักมาก  ยิ่งต้องเตรียม หาชุดให้มาก  เพราะใส่ซ้ำกันบ่อย ๆ  พอถ่ายรูปออกมาคนก็จะครหาเอาได้ว่ามีชุดเก่งไม่กี่ตัว(ปัญหาใหญ่ของสาวๆ ที่ติดโซเชียล)

ช่วงวัยกลางคน : ความหวือหวาในแฟชั่นจะน้อยลง  เพราะต้องบริหารเงินไปใช้ให้เกิดประโยชน์ด้านอื่นๆ  มากกกว่าเสื้อผ้าก็จะเน้นใส่อะไรที่เรียบๆ คลาสสิคจับเอามา Mix and Match รุ่นนี้ไปงาน Party หรือ งานสังสรรค์น้อยลงเพราะเวลาที่มีนั้นต้องทุ่มเทไปให้กับครอบครัวทั้งสามี - ภรรยา – ลูก  จะเลือกไปเฉพาะที่จำเป็นหรือสนิทกันจริงๆ  แต่จะเริ่มมีชุดดำแบบสุภาพในตู้เสื้อผ้ามากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อเตรียมไปงานล่วงลับของบุคคลใกล้ชิดทั้งเจ้านาย, เพื่อนสนิท, เพื่อนร่วมงาน ฯลฯ

ช่วงวัยเกษียณ : (อันนี้จากการพูดคุยกับคนวัยเกษียณ) เสื้อผ้าแบรนด์เนมที่เคยใส่มีคุณค่าทางจิตใจแต่ไร้ความหมายไปทันทีเพราะรุ่นนี้ไม่แคร์และไม่ต้องการใส่ไปอวดใครอีกแล้ว  ชีวิตผ่านมาหมดแล้ว  รู้จักคน รู้จักวัฏจักรขึ้น-ลงของชีวิต  แค่ใส่อะไรที่ดูสุภาพ  สวยงามตามวัยเหมาะกับตัวเอง  เท่านี้ก็เพียงพอ

ช่วงวัยชรา : เรามักจะเห็นผู้ใหญ่ในบ้านปู่,ย่า, ตา,ยาย, อากง, อาม่าใส่เสื้อผ้าเดิม ๆ พอจะซื้อเสื้อผ้าให้ใหม่  ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าของเก่าที่มีอยู่ก็ใส่ไม่หมด  อย่าเสียเงินซื้อมาให้เลย  เพราะวันๆ ก็ไม่ได้ออกไปข้างนอก  ไม่รู้จะใส่อวดใคร (บ้านไหนเป็นบ้าง  ขอยกมือหน่อยค่ะ!!เพราะคุณย่าที่บ้านจิ๊กเป็นแบบนี้ 5555)

          เขียนมาซะยืดยาวแบบนี้  จิ๊กเองก็ลงตัวกับการจัดหมวดหมู่ของที่มีอยู่และชัดเจนกับมันว่า ‘อะไรที่จำเป็น  และ  ไม่จำเป็นอีกต่อไป

          ครั้งนี้ที่เขียนเรื่องเสื้อผ้าก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ  แค่สะท้อนว่าจังหวะชีวิตของมนุษย์มันก็เป็นแบบนี้เอง...แค่เราเข้าใจและอย่าเสียเงินไปกับสิ่งไร้สาระก็เพียงพอ